ดูแลบ้านให้ “ไม่มีเชื้อ” เพื่อสุขภาพของสมาชิกในครอบครัว

ดูแลบ้านให้ “ไม่มีเชื้อ” เพื่อสุขภาพของสมาชิกในครอบครัว
ถึงแม้ว่าพวกเราจะปัดกวาดเช็ดบ้านเกือบจะทุกวี่วันอยู่แล้ว แต่ว่าความจริงนั้น เชื้อโรค เชื้อแบคทีเรีย หรือเชื้ออะไรอื่นๆที่ทำให้พวกเราและก็สมาชิกในบ้านไม่สบายได้นั้น


มิได้มีอยู่เพียงแค่ตามฝาผนังหรือตามพื้น แม้กระนั้นยังอยู่ตามจุดปิดบังต่างๆมาก ทั้งยังตัวเราเองก็ยังบางทีอาจเป็นพาหะนำเอาเชื้อต่างๆเข้ามาในบ้านเองทุกวี่ทุกวัน จากสำนักงาน จากสถานที่เรียน หรือจากมลภาวะอื่นๆ สำหรับคนไหนกันที่คิดว่าบ้านยังไม่สะอาดพอเพียง มีผู้บาดเจ็บป่วยเป็นโรคภูมิแพ้อยู่ มาลงมือกระทำความสะอาดบ้านให้ “ไม่มีเชื้อ” แบบขมักเขม้นกันมองสักหนึ่งครั้งดีไหม บางเวลาเชื้อโรคแล้วก็ฝุ่นผงต่างๆบางทีอาจจับกุมกันอยู่ในรอบๆที่คุณคิดไม่ถึงก็ได้ ลองเริ่มกันไปครั้งละห้องเลยจ้ะ

ห้องนอน เป็นห้องที่พวกเราใช้เวลาขั้นต่ำถึงหนึ่งในสามของวัน ส่วนมากแล้วห้องนอนเป็นห้องที่พวกเราจะเปิดเครื่องปรับอากาศ ซึ่งนี่ล่ะจ้ะที่เป็นศูนย์รวมเชื้อโรครวมทั้งฝุ่นละอองต่างๆที่อาจก่อให้คุณไม่สบายได้ ควรจะหมั่นชำระล้างอยู่เป็นประจำ สมัยปัจจุบันนี้แอร์ถูกดีไซน์มาให้ถอดแผ่นกรองออกมาล้างชำระล้างได้เอง ควรต้องทำเสมอๆสักเดือนละ 1-2 ครั้ง ส่วนการล้างใหญ่รายปีก็ควรจะตามช่างมาซ่อมแซมสักปีละ 1-2 ครั้ง ก็พอดีแล้วเพียงแค่จ้ะ เพียงนี้เครื่องปรับอากาศก็สะอาด แล้วยังเย็นเยอะขึ้นเรื่อยๆ ลดการใช้ไฟฟ้าเพิ่มได้อีกด้วย นอกจากนั้นในห้องนอนไม่สมควรปลูกต้นไม้ เพราะเหตุว่าต้นไม้จะคายก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ออกมาในช่วงกลางคืน จะแปลงเป็นพิษสะสมภายในร่างกายได้ ส่วนของที่พักผ่อนนั้นก็ควรจะหมั่นซักผ้าปูที่นอน ปลอกที่เอาไว้สำหรับใส่หมอน ผ้าหุ่ม ตุ๊กตาต่างๆเป็นประจำ ถ้าเกิดเป็นได้ก็ควรที่จะนำเอาที่พักผ่อนออกไปผึ่งแดด หรือดูดฝุ่นละออง กำจัดไรฝุ่นผงบ้างนะคะ

สุขา เว้นเสียแต่กลิ่นเหม็นอับในสุขาที่จำเป็นต้องกลุ้มใจแล้ว กลิ่นของน้ำยาที่พวกเราใช้เวลาล้างห้องอาบน้ำก็เป็นสารที่อันตรายต่อร่างกายมากมายเหมือนกัน สิ่งที่ควรจะทำก็คือ ควรจะเปลี่ยนแปลงน้ำยาที่ใช้สำหรับเพื่อการทำความสะอาดต่างๆให้เป็นสูตรธรรมชาติแทน แม้ว่าการชำระล้างบางครั้งอาจจะไม่เร็วทันใจเท่าสารเคมีแต่ว่าดีแล้วกว่าสุขภาพมากมาย ส้วมต้องมีหน้าต่างหรือช่องลมให้อากาศถ่ายเทสะดวก รวมทั้งจะยิ่งดียิ่งขึ้นไปอีกแม้ได้เกียรติต่างมีขนาดที่ใหญ่พอเพียงรวมทั้งอยู่ในด้านที่จะเปิดให้แสงสว่างได้ส่องพื้นของห้องน้ำโดยตรงบ้างในบางครั้ง เนื่องจากว่าแดดจัดเป็นยาสำหรับใช้ในการฆ่าเชื้อตามธรรมชาติ ควรจะดูแลให้สุขาแห้งเข้าไว้ หมั่นถูอีกทั้งพื้นฝาผนังรวมทั้งเครื่องสุขภัณฑ์เป็นประจำทิ้งขยะในถังทุกๆวัน ปลูกพวกไม้น้ำ ยกตัวอย่างเช่น พลูด่าง ที่ช่วยดูดสารพิเษได้ เท่านี้สุขาก็สะอาด ปลอดเชื้อโรคน่าใช้งานแล้ว

ครัว หรือส่วนทำอาหาร ควรจะวางแบบให้ห้องครัวมีหน้าต่างไว้ระบายความร้อน ระบายควันจากการประกอบอาหาร แล้วก็ที่สำคัญเป็นเอาไว้ระบายมลพิษทางแก๊สเหลวยิ่งถ้าใช้เตาถ่าน ยิ่งต้องมีทางระบายอากาศขนาดใหญ่ ฝุ่นละอองควันจะได้ไม่ตลบบ้าน ขณะทำของกินควรจะเปิดหน้าต่างระบายอากาศไว้ตลอดระยะเวลา หรือถ้าเกิดบ้านของคุณระบายอากาศยาก หน้าต่างเล็กเหลือเกิน ไม่สบายจะขยายหน้าต่างเพิ่ม ทดลองจัดตั้งพัดลมที่ใช้ในการดูดอากาศก็เป็นอีกตัวช่วยที่ดี

ห้องรับแขกหรือห้องเช่าผ่อนศูนย์กลาง จุดที่เป็นแหล่งซุกซ่อนเชื้อโรคก็คือตามเครื่องเรือนต่างๆประพรม ผ้าม่าน เครื่องไม้เครื่องมือชิ้นต่างๆนั่นเอง ควรจะปัดฝุ่นแล้วขัดถูด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อโรคเป็นประจำสิ่งของตกแต่งที่เป็นผ้าก็ควรจะหมั่นถอดออกมาซัก ดูดฝุ่นละอองโซฟา รวมทั้งควรจะถอดออกมาซักหรือเรียกช่างมาชำระล้างเบาะดูดไรฝุ่นผง ซักประพรม ซักเบาะต่างๆสักปีละ 1-2 ครั้งพอดี และก็อีกสิ่งที่ไม่คาดฝันก็คือ อย่าหมักหมมเสื้อผ้าไว้นับเป็นเวลาหลายวันจ้ะ เพราะว่าเสื้อผ้าใส่แล้วเหม็นเหงื่อทั้งหลายแหล่นี่เป็นแหล่งหมักหมมเชื้อโรคได้ง่ายอย่างยิ่งเลย

ต้องการอยู่บ้านสะอาดไม่มีเชื้อ เพียงแค่เช็คเช็ดปกติบางทีอาจน้อยเกินไป จะต้องเอาใจใส่ในเนื้อหาทุกส่วนของบ้านด้วยนะคะ

Leave a comment

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *