ปัจจัยส่งผลให้ เกิดอาการนอนไม่หลับ


นับเป็นปัญหาที่มีผู้คนเป็นกันเยอะมาก ในสภาวะสังคมปัจจุบันนี้ เพราะว่าความเครียด ที่มีเรื่องมากที่ต้องคิดเยอะ ทั้งการงาน การเงิน สภาวะทางสังคม 

แล้วก็อีกเพียบเลย ซึ่งเป็นปัญหาที่พบบ่อยที่สุด ดังนี้ไม่ได้มีกันในเพียงวัยผู้ใหญ่เท่านั้น ในวัยรุ่นเองก็เป็นกันได้เช่นเดียวกัน
หรือ อาจจะมาจากสาเหตุอื่นๆอีกทั้ง สภาพแวดล้อมที่มีเสียงดังก่อกวน นอนในที่ไม่คุ้นเคยหรือบางทีอาจนอนเจ็บป่วย หรือพบกับสภาพอากาศที่เย็นเกินไปหรือร้อนกระทั่งนอนไม่หลับ ฯลฯ
โดยไม่ว่าจะด้วยสาเหตุใดก็ตาม หากปล่อยไว้ถัดไป จะกลายเป็นผู้ที่มีร่างกายทรุดโทรม ไม่แข็งแรง สมองจะทำงานช้า แล้วก็จบลงด้วยโรคแทรกซ้อน จนนำมาซึ่งการรักษา ที่ทั้งเสียเงิน แล้วก็ เสียงานได้
อาการนอนไม่หลับนั้นประกอบด้วยหลายสาเหที่เกิดขึ้นได้
1.
การนอนไม่หลับอันเนื่องมาจากสิ่งเร้าล้อมรอบตัว
สิ่งเร้าสำคัญที่มักทำให้คนสุขภาพเสียนั่นก็คือ เสียงดังรบกวน ทั้งยังก่อนเวลานอน หรือ ระหว่างการนอนที่อาจทำให้คุณตื่น ยกตัวอย่างเช่น นอนใกล้เขตุก่อสร้างในตอนเช้า ซึ่งไม่ใช่ขณะที่ตื่นนอนของคุณ ทำให้หลับไม่เพียงพอ ,หรือการนอนใน คอนโด หรือห้องเช่า แล้วห้องข้างๆเสียงดังในตกดึก
,
การเปิดเพลงเสียงดังในระแวกแถวบ้าน ซึ่งมาจากร้านอาหาร หรือ เครื่องเสียงติดรถ หรือ คุณเป็นคนทำงานช่วงเวลากลางคืน แต่อาศัยอยู่ใกล้ตลาด หรือ สถานที่คึกคักในช่วงกลางวัน
2.
การได้รับสารกระตุ้นประสาทเข้าไปในร่างกาย
ทราบไหมว่า สุราที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ ที่คุณดื่มสังสรรค์กันทุกคืนนั้น มีส่วนทำให้ การนอนของคุณนั้นไม่ปกติ
มีอาการหลับๆตื่นๆมักรู้ตัวตอนตกดึก ทำให้หลับไม่สนิท ตื่นมาก็เลยมีสภาพโทรม ไม่กระปรี้กระเปร่า รวมถึงการดื่มกาแฟ รวมทั้ง ชา ซึ่งมีสารคาเฟอีน ส่งผลต่อสมองโดยตรง ทำให้ตื่นตัว หากดื่มในตอนมื้อก่อนนอน หรือดื่มเสมอๆจะมีผลให้นอนไม่หลับ
3.
โรคประจำตัว แล้วก็ ความเครียด มูลเหตุยอดฮิตที่ทำให้หลับไม่ลง
สาเหตุหลักของการนอนไม่หลับ มิได้มีเพียงความเครียดวิตกกังวลจากการทำงาน เพียงแค่นั้น ยังมีโรคต่างๆอีกเพียบเลย ที่มีผลโดยตรง
ดังเช่น โรคกรดไหลย้อน โรคการหายใจที่ผิดปกติขณะหลับ โรคหัวใจ และโรคอื่นๆอีกมากมาย ที่มีปัญหาเรื่องสารสื่อประสาทไม่ปกติ
การจัดการปัญหาจากแต่ละมูลเหตุนั้นหลายกรณีจึงควรได้รับวิธีแก้เฉพาะทาง แม้กระนั้นแม้จะก่อให้ดียิ่งขึ้นได้ก็คือการเสริมสิ่งแวดล้อมให้ดียิ่งขึ้น ยิ่งกว่านั้น การหาที่พักผ่อนที่สบายต่อร่างกายมากยิ่งขึ้น ก็จะเป็นตัวช่วยสำคัญ ให้ท่านนอนได้ง่าย สบายต่อการนอน หลับได้ดียิ่งขึ้น
รวมทั้งการผลิตช่องอากาศทางลมผ่าน ให้อากาศภายในห้องได้ระบาย สูดอากาศได้เต็มปอด ก็มีส่วนช่วยได้มากด้วยเหมือนกัน และถ้าคุณเป็นผู้ที่นอนกลางวันเป็นประจำเนื่อง จากการเหนื่อยล้าจากการทำงาน
หรือ เป็นคนแก่ ละก็ พวกเราเสนอแนะให้หลับก่อนเวลา 15.00 นาฬิกา และควรจะหลับไม่เกินหนึ่งชั่วโมง เพื่อร่างกายได้รับการผักผ่อนที่ไม่ไปทับกับเวลาการนอนกลางคืน

Leave a comment

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *